Thesis diary (2)  - งม “หัวข้อ”ในมหาสมุทร

หมายเหตุ –  บันทึกของคนที่เคยพาตัวเองหลงเข้าไปข้องแวะกับการทำวิทยานิพนธ์ (Thesis) ในคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ อยู่ได้สักพักใหญ่ๆ ถ้าจะหาความรู้วิชาการ หรือความจริงจังใดๆ ควรจะศึกษาเพิ่มเติมนะฮะ

...........................................................

“หัวข้อธีสิส หายากพอๆ กับรักแท้”

-นิรนามไม่ได้กล่าว-


หลังจากที่ (คนส่วนใหญ่) ตกลงปลงใจว่าจะเลือกทำธีสิสกันแล้ว เราก็เดินมาสู่เนินเขาแห่งปัญหายอดแรกที่ทุกคนจะต้องเจอ นั่นคือ การหา “หัวข้อ” เป็นปัญหาพาให้ว้าวุ่นใจ จนฮอร์โมนหลั่งไหลกันเลยทีเดียว เพราะการหา “หัวข้อ” สำหรับบางคนมันยากกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก ถ้าแย่กว่านั้น เหมือนการส่องหา “มดลูก”ของ “ลูกมด” ดูลำบ๊ากกก ลำบาก เป็นที่สุดจริงๆ นะตัวเธอว์ 

ส่วนใหญ่จะงุนงง ว่าควรจะหาหัวข้อจากไหนดี ในบางมหาวิทยาลัยจะมีเงื่อนไขว่าต้องมีการคิดหาหัวข้อก่อนจะเข้าเรียน เพื่อมาอธิบายในวันสอบสัมภาษณ์ไว้ก่อนแล้ว แต่ในสำนักท่าพระจันทร์ กว่าแต่ละคนจะเริ่มต้นคิดหัวข้อก็เริ่มกันตอนประมาณ ปี 1 เทอม 2 กันเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นช่วงทำบัณฑิตสัมมนา (วิชาที่คล้ายๆ การทำเค้าโครงธีสิส )

จากข้อมูล “แนวทางในการเขียนวิทยานิพนธและสารนิพนธ์” ของ บัณฑิตศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  (ดูข้อมูลได้จาก http://grad.law.tu.ac.th/files/Thesis%281%29.pdf) เขาก็มีแนะนำแนวทางเบื้องต้นในการเฟ้นหาหัวข้อเอาไว้อย่างน่าสนใจเหมือนกัน

1.หาจากความชอบ ความสนใจ พื้นฐานของนักศึกษา

อย่างน้อยทุกคนก็น่าจะมีความรู้พื้นฐาน ความชอบส่วนตัวบ้าง การทำธีสิสก็เหมือนการแต่งงานกันทางวิชาการ เราต้องอยู่กินกับเมีย เอ๊ย! ธีสิสกันเป็นเดือนๆ ปีๆ เพราะงั้นถ้าจะรับธีสิสเข้ามาเป็นเมียแล้วก็น่าจะทำด้วยเพราะความชอบ ความรัก อย่าคิดว่าเลือกหัวข้ออะไรที่น่าจะดูง่ายๆ และทำให้จบไวๆ แต่พอทำไปจริงๆ เกิดมีปัญหาว่าประเด็นตัน ข้อมูลไม่พอ เดี๋ยวจะกลายเป็นภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยู่กับเมียที่ไม่รัก จดทะเบียนแล้วหย่าไม่ได้ จะพากันทุกข์ใจ

2.จากประสบการณ์ด้านการทํางาน

เรื่องนี้คนที่ทำงานจะถนัดเลย เช่น ตำรวจ อัยการ ศาล  นิติกร ก็เอาข้อมูลปัญหาจากที่ทำงานของตัวเองมาทำต่อ และง่ายในการค้นคว้าด้วยเพราะข้อมูลบางอย่างหาไม่ได้จากห้องสมุด และไม่แพร่หลาย

3.จากแหล่งข้อมูล

หัวข้อที่ได้จากแหล่งนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดจากการอ่านตำรา วารสารทางวิชาการ ที่มักนำประเด็นกฎหมายมาเสนอแนะว่าแนวทางในปัจจุบันมีปัญหาอย่างไร ข้อดีคือ การหาจากแหล่งข้อมูลจะมีเอกสารที่พอจะสืบค้นได้ ข้อเสียคือ ถ้าหาจากแหล่งข้อมูลที่ง่ายๆ หรือคนทั่วไปเข้าถึงได้เหมือนกัน อาจจะมีการหาหัวข้อซ้ำกับคนอื่น

4.กิจกรรมด้านวิชาการ

ในบางกรณี สังคมตอนนั้นอาจจะมีประเด็นที่น่าสนใจมาก ทำให้เกิดมีงานเสวนาทางวิชาการหลายวง และมีปัญหาที่เขานำมาถกเถียง แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ซึ่งเราอาจจะนำข้อมูลที่ถกเถียงกันนี้แหละ มาเป็นประเด็นหัวข้อเลย เช่น ปราสาทเขาพระวิหาร (อันนี้เถียงกันมาหลายชั่วคน) ข้อดีส่วนนี้คือ มีคนคิดประเด็นปัญหาเอาไว้ให้เราแล้ว และปัญหาของนักวิชาการแต่ละคน ก็เป็นมุมมองใหม่ๆ ที่สด ข้อเสียคือคือ งานวิชาการอาจจะไม่ได้จัดขึ้นบ่อยๆ ถ้าไม่ได้มีประเด็นร้อนแรง

5.คําแนะนําของอาจารย์ผู้สอนและอาจารย์ที่ปรึกษา

เป็นแหล่งที่นักศึกษาร้อยละ 76.5 (ไปทำสถิติตอนไหนเนี่ย)จะได้หัวข้อจากตรงนี้ โดยส่วนใหญ่จะได้จากช่วงการเรียนบัณฑิตสัมมนา ซึ่งอาจารย์จะบอกอธิบายหัวข้อที่ดูน่าจะมีปัญหา ถ้าเราสนใจก็ตรงเข้าไปหาบอกจะทำแล้วรีบไปจดจองหัวข้อเอาไว้ ในการเรียนวิชาบัณฑิตสัมมนา เป็นช่วงที่อาจารย์ได้มาแนะแนวทางในการเลือกหัวข้อ และบางทีก็เป็นการมาเสนอหัวข้อให้แก่นักศึกษาด้วย ถ้าเราสนใจก็อาจจะนำมาต่อยอดเป็นเค้าโครงธีสิสได้ด้วย อย่างไรก็ดี เราต้องดูก่อนว่า อาจารย์แต่ละคนมีความชอบและสนใจแตกต่างกันไป อย่างในสาขาอาญา เราจะรู้กันว่า ถ้าจะทำหัวข้ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจ การกระทำความผิดต่อเด็กหรือครอบครัว ปัญหาทางการแพทย์ เราควรจะไปปรึกษาอาจารย์ท่านไหนกันบ้าง

6.ความต้องการของหน่วยงานภายนอกหน่วยงานอื่น ๆ

ส่วนใหญ่จะมาในลักษณะของ “ทุนวิจัยหรือทุนสนับสนุน ป.โท” ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะกำหนดขอบเขตหัวข้อกว้างๆ ที่เขาต้องการหรือสนใจ ซึ่งเราก็สามารถเลือกเป็นแนวทางในการทำธีสิสได้

แม้ว่าแนวทางในการดั้นด้นค้นหาหัวข้อจะมีถึง 6 ประเด็น แต่ในการหาหัวข้อก็ไม่ได้จะเลือกใช้แค่วิธีใดวิธีหนึ่งเท่านั้น บางคนอาจจะใช้หลายหัวข้อในการค้นหา บางคนอาจจะใช้ทุกวิธีเลยก็ได้

สีหน้าของคน งม "หัวข้อ" ได้

เฉพาะในสาขาอาญา การจะงมหาหัวข้อก็เรียกได้ว่ายากเย็นอยู่เหมือนกัน เพราะส่วนใหญ่หัวข้อที่เกี่ยวกับอาญาโดยตรงมักจะถูกทำเป็นธีสิสไปหมดแล้ว โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับประมวลอาญา (ป.อ. ) เช่น การกระทำความผิด การกระทำโดยเจตนา การกระทำโดยประมาท การฆ่า การปล้น การลักทรัพย์ ฯลฯ และ ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา(ป.วิ.อ) เช่น การสืบสวนสอบสวน การอุทธรณ์ในศาลสูง

ดังนั้นการจะ “คิด” หัวข้อแล้วจะไม่เจอว่าซ้ำ มีคนอื่นคิด หรือตกอยู่ในภาวะ “เมียพี่มีชู้” แล้ว ถือว่าน้อยมากเลยทีเดียว ยิ่งถ้าเพิ่งเรียน ป.ตรีจบใหม่ๆ โลกยังแคบ หนังสือก็อ่านน้อย แล้วจะหาหัวข้อจากเอกสารอย่างเดียว (ตามแนวทางการหาหัวข้อที่ 1 และ 3) คงจะมืดแปดด้านพอสมควร

ในสาขาอาญา หลายคนจึงเลือกทำธีสิสที่มีส่วนผสมแบบลูกครึ่งกัน คือใช้ความรู้ทางด้านกฎหมายอาญาผสมกับความรู้ทางด้านศาสตร์อื่นไปด้วย เช่น อาญากับกฎหมายการแพทย์ ซึ่งอาจจะต้องหาข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ ในประเด็นภาวะการตายของสมองเป็นต้น หรืออาชญากรรมเศรษฐกิจ ต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับทางด้านการเงิน หรือเศรษฐกิจบ้าง หรือการกระทำความผิดต่อเด็กและครอบครัว รวมถึงการเปรียบเทียบทางประวัติศาสตร์กฎหมาย

เมื่อเลือกหัวข้อที่ ตัวเองคิดว่า “น่าสนใจ” แล้ว อย่าลืมเล็งหาอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย อีกทั้งต้องคอยนำข้อมูลหรือประเด็นเหล่านี้ ไปลองพูดคุยว่าอาจารย์สนใจ หรือเห็นประเด็นปัญหาของเราพอจะพัฒนาเป็นธีสิสต่อไปในอนาคตได้หรือไม่

บางคนอาจจะได้รับคำปฏิเสธ ว่ายังไม่พอจะเป็นหัวข้อธีสิสได้ ก็อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะยังมีทางเลือกคือ กลับไปหาข้อมูลมาใหม่เพิ่มเติม เพื่อจะยืนยันว่าสิ่งที่เลือกมาถูกต้องและจะทำได้ ในบางกรณี ถ้าอาจารย์มีประเด็นอื่นๆ ที่เราพอจะทำได้และสนใจก็อาจจะนำไปคิดต่อ แล้วนำมาเสนอในคราวต่อไปด้วยก็ได้

ตอนที่ผมเริ่มต้นงมหาหัวข้อนั้น  ในสาขากฎหมายอาญา ถือว่าโชคดีหน่อยที่ว่ามีประมวลอาญาฉบับอ้างอิง (จัดทำโดย อ.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ) และป.วิ.อาญา ฉบับอ้างอิง (จัดทำโดย อ.สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล)ที่มีการรวบรวมข้อมูลมาในระดับหนึ่งแล้วว่าแต่ละมาตรา เคยมีใครเขียนธีสิส หรือบทความอะไรมาแล้วบ้าง ซึ่งก็ทำให้ง่ายขึ้นในการที่จะเลือกว่ามาตราไหนมีคนสนใจมากหรือน้อย และเราจะมีแหล่งทรัพยากรอื่นๆ มาเขียนประกอบด้วยรึเปล่า (แนวทางการหาหัวข้อที่ 3)

ตอนนั้น กำลังลังเล ว่าอยากลองทำธีสิสเกี่ยวกับอาชญากรรมเศรษฐกิจดีหรือลองเปรียบเทียบทางประวัติศาสตร์ดี ช่วงแรกอย่างลองทำเรื่อง “อั้งยี่” เพราะไม่เคยมีคนทำธีสิสเลย เอาสิวุ้ย อย่างนี้สบายไม่ซ้ำใครแน่ แต่พอไปลองค้นจริงๆ ข้อมูลหายากพอสมควร เลยเข้าใจแล้วล่ะว่า ทำไมถึงไม่มีเคยมีคนทำซะที สุดท้ายก็ได้ลองแวะไปคุยกับอาจารย์แสวง (รู้กันว่าอาจารย์มีความถนัดในเรื่องทางการแพทย์ และทางประวัติศาสตร์ด้วย) อาจารย์ก็แนะว่าในประเด็นเปรียบเทียบทางประวัติศาสตร์ ยังมีประเด็นอีกเยอะ และคนยังทำน้อย น่าจะลองเลือกมาทำ (แนวทางการหาหัวข้อที่ 5) และในช่วงบัณฑิตสัมมนา อาจารย์ยังเชิญ อ.กฤษฎา บุณยสมิต(เป็นวิทยากรรับเชิญ) มาบรรยายประเด็นประวัติศาสตร์กฎหมายว่ามีเนื้อหาอะไรบ้างที่พอจะต่อยอดหรือนำไปทำธีสิสได้บ้าง

 นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่จะลองเลือกทำธีสิสในแนวเปรียบเทียบเชิงประวัติศาสตร์ คราวนี้ก็ลองค้นหาอีกว่า ธีสิสของประวัติศาสตร์กฎหมายเขาทำอะไรกันบ้าง อย่างแรกที่ต้องทำคือสำรวจว่าในธรรมศาสตร์ เคยมีคนทำในประเด็นที่เกี่ยวข้องอะไรไว้บ้าง พอค้นหาดูก็พบว่ามีคนเคยทำไว้หลายประเด็น เช่น  แนวคิดในการลงโทษของกฎหมายตราสามดวง กระบวนการตรวจสอบความจริงในคดีอาญาศึกษาจากฎหมายตราสามดวง บทบาทขององค์กรและบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายตราสามดวง (ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการศึกษากฎหมายตราสามดวง เพราะเป็นกฎหมายเก่าของไทย)

หลังจากลองอ่านข้อมูลทั่วๆ ไป จากแหล่งธีสิสที่มีคนเคยทำ หรือตามเว็บไซต์และหนังสือตำราหลายเล่ม บวกกับตอนนั้นมีเพื่อนในสาขาเลือกจะทำในเชิงประวัติศาสตร์เหมือนกันและเลือกว่าจะทำในฐานความผิดทำร้ายร่างกาย เลยคิดว่า สุดท้ายก็เลือกว่าจะลองทำในประเด็นความผิดทางอาญาฐานใดฐานหนึ่ง แล้วหยิบนำมาเปรียบเทียบในเชิงประวัติศาสตร์ บังเอิญว่าข่าวในช่วงนั้นการหมิ่นประมาทและดูหมิ่นบุคคลกำลังเป็นประเด็นปัญหาอยู่ว่ามีที่มาจากไหน?และเริ่มมีงานเสวนาทางวิชาการที่พูดถึงกันมากอยู่พอสมควร (แนวทางการหาหัวข้อที่ 3 และ 4) ตอนนั้นเลยเริ่มคิดว่าน่าจะลองทำในประเด็นนี้

พอเริ่มสำรวจว่ามีหัวข้ออะไรบ้างแล้ว เราก็ต้องลองตรวจดูอีกว่าในมหาวิทยาลัยอื่นๆ เขามีใครทำหัวข้อที่คล้ายคลึงกันบ้างรึเปล่า ในธรรมศาสตร์(เพิ่ง)จะมีเว็บไซต์ที่ช่วยในการสืบค้นข้อมูล   สามารถดูเพิ่มได้ที่นี่ ในขณะเดียวกันยังสามารถดูรายชื่อหัวข้อที่มหาวิทยาลัยอื่นเคยทำมาแล้ว ที่นี่ (ข้อมูลอัพเดท 18 มกรา 2556 ) ควรเลือกดูธีสิส 1.ธรรมศาสตร์ 2. จุฬาฯ 3. รามคำแหง  และที่ต้องดูเผื่อ ๆ คือ 4. ธีสิสของม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เพราะอาจารย์ในคณะหลายท่านไปสอนที่นี่เลยอาจจะทำให้มีการทำธีสิสหัวข้อที่คล้ายกันก็ได้

คราวนี้เราเริ่มต้นจากการหาเปรียบเทียบหัวข้อธีสิสของทางฝั่งจุฬา แล้วบังเอิญไปเจอธีสิสจุฬาหลายเล่มที่ทำในเชิงประวัติศาสตร์เอาไว้เหมือนกัน เช่น ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราและอนาจาร ศึกษาตั้งแต่กฎหมายตราสามดวงถึงประมวลกฎหมายอาญา และที่น่ากังวลใจคือ จุฬาฯ เคยมีคนทำธีสิสในหัวข้อเกี่ยวกับดูหมิ่นและหมิ่นประมาทเปรียบเทียบกฎหมายตราสามดวงไว้แล้วซะด้วย

งานเข้า!!! ผู้หญิงที่เราอยากจีบ เอ๊ย! หัวข้อที่เราอยากทำ ดันมีคนทำไปซะแล้ว

Comment

Comment:

Tweet

พูดถึงธีสิส เเล้วสยองครับ อย่างไรก็ดี สู้ๆครับ=w=b
Hot! Hot!

#2 By Tale_Glory on 2013-08-17 02:09

สู้สู้
รอติดตามตอนต่อไป
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-08-11 09:04